1. เป็นโรคสายตาดังนี้
• สายตาสั้น
• สายตายาว
• สายตาเอียง
2. ผ่านการผ่าตัดต้อกระจกทั้งชนิด ข้างเดียว หรือ 2 ข้าง
3. มีอาการตาสั่น [Nystagmus] => ควรใช้ : คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม
4. ไม่มีโรคประจำตัวซึ่งเป็นอุปสรรค
5. มีกระจกตาโค้งมากกว่าปกติ [Keratoconus] ตัวอย่างเช่น 6.9, 5.4 และกระจกตาบางมาก ควรใช้ : คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง [HCL]
6." Trichiasis " คือมีลักษณะของความผิดปกติซึ่งขนตาที่งอนเข้าไปแยงกระจกตา เป็นสาเหตุทำให้น้ำตาไหล แก้ไข : ใส่คอนแทคเลนส์ขนิดนิ่ม (SCL)
7." Entropion " คือมีลักษณะขอบตาเปิดเข้าด้านในมากกว่าปกติ แก้ไข : ใส่คอนแทคเลนส์ขนิดนิ่ม (SCL)
ผู้ที่ไม่เหมาะจะใส่คอนแทคเลนส์
1. เป็นต้อลม, ต้อเนื้อ, ตาแดง, กระจกตาไม่รับรู้ความรู้สึก, ตาแห้ง, ตาบวมและผู้ที่กระพริบตาครึ่งตา
2. มีโรคประจำตัว
• โรคเบาหวาน : มีอาการบวมเป็นแผลถลอก แผลหายช้าและอักเสบง่าย ค่าสายตาไม่คงที
• โรคไขข้ออักเสบ : ทำให้ตาแห้ง การทำความสะอาดเลนส์และการใส่ต้องตรวจและติดตามผลบ่อยกว่าปกติ
• โรคความดันโลหิตสูง : มีผลทำให้น้ำในร่างกายไม่คงที่
• โรคภูมิแพ้ : มีโอกาสแพ้เนื้อวัสดุที่ผลิตคอนแทคเลนส์และแพ้น้ำยาได้ จะทำให้มีอาการตาแดง, ตาแห้งและคันตา
• ตั้งครรภ์ : ทุกอย่างในร่างกายจะปรับสภาพใหม่ มีผลทำให้กระจกตาบวม ควรแนะนำให้ใส่หลังคลอดแล้ว 3-4 เดือน
3. มีการใช้ยาบางประเภทเป็นประจำ เช่น
• ยา ANTIHISTAMINE : รักษาโรคภูมิแพ้
• ยา ANTIDIABETIC : รักษาโรคเบาหวาน
• ทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานานหลายปี มีผลทำให้น้ำที่กระจกตามีมากขึ้น 78% จะมีอาการกระจกตาบวม
4. ทำงานหรือใช้ชีวิตอยู่กับเหล่านี้เป็นประจำ เช่น
• พื้นที่ ที่มีฝุ่นละอองมาก
• พื้นที่ ที่มีลมแรงพัดผ่านเป็นประจำ
• พื้นที่ ที่มีควันบุหรี่หรือควันพิษ รวมถึงเขม่าต่างๆ
• พื้นที่ ที่มีไอระเหยของสารเคมีต่างๆ ที่เป็นอันตราย
5. ผู้ที่อายุไม่เหมาะสม เช่น เด็กเกินไปหรือมีอายุมากเกินไป ไม่สามารถรับผิดชอบตัวเองได้
No comments:
Post a Comment