Extra Size Dali Grey review

หา bigeye สีเทาอยู่รึป่าว
เรามี VDO review คอนแทคเลนส์ตัวนี้มาให้ดูด้วย





สวยมั้ย Extra Size Dali Grey คอนแทคเลยส์ตัวนี้ ^^



Honey Wings vs. Dali Extra Size Brown

Honey Wings vs. Dali Extra Size Brown
ลองดู VDO เทียบกันนะครับ





สนใจอันไหนมากกว่าก็ลองหามาใช้ดูนะ ^^



Dali Extra Size Brown review

Dali Extra Size Brown ใส่แล้วแบ๊ว Bing bing bing ...

มี VDO review มาให้ดูด้วย







วัยรุ่นใช้คอนแทคเลนส์ได้มั้ย?

คำถาม : วัยรุ่นใช้คอนแทคเลนส์ได้มั้ย?

ลูกของดิฉันใช้คอนแทคเลนส์ได้รึป่าว?

คำตอบ : คอนแทคเลนส์สมัยนี้ดูแลง่ายมากขึ้น โดยทั่วไปแล้วเด็กในช่วงอายุ 11 ขึ้นไป ตาจะได้รับการพัฒนาเต็มที่แล้ว แต่ก็มีสิ่งที่น่ากังวล ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูพฤติกรรมของเด็ก และข้อดีข้อเสียของการใส่คอนแทคเลนส์ ซึ่งได้รวบรวมมาในบทความนี้แล้ว

ความรับผิดชอบ
อันที่จริงแล้ว ไม่มีการกำหนดอายุที่แน่นอนของผู้ที่สามารถใส่คอนแทคเลนส์ได้ แต่การใส่คอนแทคเลนส์ต้องดูแลความสะอาดมากระดับหนึ่ง เพื่อสุขภาพดวงตาที่ดี ถ้าลูกคุณมีความพร้อมที่จะรับผิดชอบ เค้าก็พร้อมที่จะใช้คอนแทคเลนส์แล้ว

แรงจูงใจ
ตรงนี้ต้องทราบว่าเด็กตามเพื่อนหรือไม่ อธิบายและพูดคุยอย่างจริงจัง ถึงสิ่งที่เด็กต้องรับผิดชอบต่อการใส่คอนแทคเลนส์ และความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับดวงตา หากดูแลได้ไม่ดีพอ

ความมั่นใจ
วัยรุ่นส่วนใหญ่จะไม่มั่นใจเมื่อสวมแว่นตา เด็กเหล่านี้อาจรู้สึกเกลียดหรือไม่ยอมรับ การใส่คอนแทคเลนส์สามารถช่วยให้วัยรุ่นรู้สึกมั่นใจตัวเองมากขึ้น และการมองเห็นที่รู้สึกว่ามองชัดขึ้นกว่าการใส่แว่นตา

สะดวกสบาย
คอนแทคเลนส์ถูกออกแบบมาให้สวมใส่สบาย วัยรุ่นของคุณอาจสงสัยว่า มันจะเจ็บสวมใส่ชื่อ แต่คนส่วนใหญ่พบว่าพวกเขาไม่ได้รับความเจ็บปวดเลยซักนิดเดียว และหมอตาจะสอนวิธีใส่คอนแทคเลนส์ให้ลูกของคุณอย่างถูกต้อง

ความปลอดภัย
คอนแทคเลนส์อาจปลอดภัยมากกว่าแว่นตาสำหรับวัยรุ่น เพราะไม่ใช่แก้วซึ่งจะเสียหายในขณะที่เล่นกีฬา นอกจากนี้ถ้าเล่นกีฬาต้องใช้แว่นตาที่มีความปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องง่ายขึ้นถ้าใช้คอนแทคเลนส์ และคอนแทคเลนส์จะไม่มีฝ้าขึ้น หรือบิดเบือนสายตาแบบที่แว่นตาเป็น

ค่าใช้จ่าย
ราคาของคอนแทคเลนส์มีทั้งถูกและแพง ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและอายุการใช้งาน ซึ่งแบบรายวันเป็นที่นิยมที่สุดสำหรับผู้ปกครอง เพราะไม่ต้องมีอุปกรณ์ล้างเลย ใช้แล้วทิ้งได้เลย ส่วนจักษุหมอก็ชอบรายวันที่สุด เพราะมองได้ชัดเจน และทิ้งได้เลย ยังไงก็ตามแนะนำให้มีคู่สำรองติดเอาไว้

ข้อดี

• มองได้ชัดเจนในระหว่างเล่นกีฬาหรือกิจกรรมอื่นๆ
• ไม่มีกรอบที่บังการมองเห็น หรือขาแว่นที่สร้างความรำคาญ
• คอนแทคเลนส์จะไม่มีไอขึ้น หรือเลื่อนลงจมูกเหมือนแว่น
• คอนแทคเลนส์สามารถเปลี่ยนสีตาของคุณได้

กฎระเบียบที่สำคัญ

• ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ตาในการดูแลและใส่คอนแทคเลนส์
• ถ้าคุณไม่สบายตา หรือการมองเห็นไม่ชัดเจน ต้องแจ้งผู้ปกครอง
• ห้ามแลกคอนแทคเลนส์กันใช้
• พบจักษุแพทย์เพื่อตรวจตาเป็นประจำ




คอนแทคเลนส์กับการเตรียมตัวไปเที่ยว

หากการเดินทางในอนาคตของ คุณเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการวางแผนล่วงหน้าหากคุณใส่แว่นตาหรือคอนแทค เลนส์แก้ไข เรื่องราวของการเดินทางมาก คาดมากสิ้นสุดใน disaster เมื่อแว่นตาหายหรือเสีย ไม่มีอะไร scarier กว่าการนำทางผ่านสนามบินที่วุ่นวายเมื่อคุณไม่เห็นสองนิ้วด้านหน้าของจมูก ปฏิบัติตามเคล็ดลับเหล่า นี้เพื่อให้เดินทางปลอดภัยและสะดวกสบายสำหรับคุณและตาของคุณ

แว่นตา

• วิธีล้างแว่นแบบง่ายๆ อันนี้ควรรู้แนะนำให้ถามคนขายแว่น หรือหมอ
• ชุดซ่อมแซมแว่นตา เผื่อฉุกเฉิน

คอนแทคเลนส์

• ตลับเลนส์สำรอง ถ้าสกปรกหรือแตก จะได้มีที่เก็บคอนแทคเลนส์
• แว่นตา ถ้าเกิดตาติดเชื้อหรือแพ้ต่างๆ ก็ต้องพัก และหันมาใช้แว่นตา
• น้ำตาเทียม ถ้าหากตาคุณแห้งจากการเดินทาง น้ำตาเทียมนี้จะช่วยได้
• น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ หาตัวที่ใช้ง่าย ไม่ซับซ้อนและไม่แพ้ หมอคุณจะช่วยแนะนำได้
• นำนามบัตรของคุณหมอตาหรือข้อมูลติดต่อ หากคุณเกิดติดเชื้อหรืออักเสบ คุณหมอสามารถแนะนำให้ไปซื้อยาที่ร้านได้
• ขนาดสายตา คุณต้องจำได้หรืออาจจดไว้ หากเกิดอุบัติเหตุ จะได้ซื้อใหม่หรือตัดได้ทันที

หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์นะ ^^



ยาหยอดตากับคอนแทคเลนส์

ถาม : การใช้ยาหยอดตาตอนใส่คอนแทคเลนส์ได้ไหม?

ตอบ : ได้ ยาหยอดตาบางชนิดสามารถใช้กับคอนแทคเลนส์ได้ ยาหยอดตาแบ่งออกเป็น 3 แบบ
ยาหยอดตา "dry eye"
ยาหยอดตา "แก้ตาแดง"
ยาหยอดตา "contact lens"

• ยาหยอดตา "dry eye"

ยาหยอดตาแห้งมีหลายสูตร บางสูตรใช้แล้วฝ้าอาจขึ้นคอนแทคเลนส์ ในขณะที่บางสูตรใช้กับคอนแทคเลนส์ได้ แต่ก็ไม่ได้ทำมาเพื่อคนใช้คอนแทคเลนส์โดยเฉพาะ

• ยาหยอดตา "แก้ตาแดง"

มีส่วนผสมพิเศษ Vasoconstrictors ซึ่งถ้าใช้เมื่อคุณใส่คอนแทคเลนส์ อาจทำให้ติดเชื้อตาแดงมากขึ้น

• ยาหยอดตา "contact lens"

ยาหยอดตาชนิดนี้จะช่วยคืนความชุ่มชื่นและความสบายตาเวลาสวมใส่

วิธีที่ดีที่สุดคือให้จักษุแพทย์ตรวจอาการและแนะนำยาหยอดตาให้นะ



5 วิธีป้องกันอาการแพ้จากการใส่คอนแทคเลนส์

ผู้ใช้คอนแทคเลนส์ส่วนใหญ่มักจะมักเกิดอาการแพ้ในช่วงปีแรก อาจเป็นเพราะยังไม่ชินกับการปฏิบัติอย่างระมัดระวังในการใช้คอนแทคเลนส์ ซึ่งอาการที่ตามมาคือ ตาแดง คัน น้ำตาไหล ตาบวม เรามีวิธีง่ายๆที่จะทำให้ลดโอกาศการแพ้ที่เกิดขึ้น


1 สวมแว่นตาเมื่อเป็นไปได้
อาการแพ้คอนแทคเลนส์มักเกิดจาก ฝุ่น และละอองเกสรดอกไม้ ที่ติดตามพื้นผิวคอนแทคเลนส์ สวมแว่นตาแทนทุกครั้งที่มีโอกาศ

2 ทำความสะอาดเลนส์บ่อยๆ
การทำความสะอาดจะทำให้ความเสี่ยงในการเกิดการแพ้ลดลง หากคุณแพ้ง่ายแนะนำให้ใช้น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์แบบ preservative-free solution

3 ทำให้ดวงตาชุ่มชื้น
อาการแพ้มักทำให้ตาแห้ง แนะนำให้ใช้น้ำตาเทียม ซึ่งจะช่วยลดอาการเคืองตาได้

4 ใช้ถุงน้ำแข็งประคบ
เมื่อดวงตาแดงและบวม การขยี้ตาทำให้อาการอักเสบแย่ลง ใช้ถุงน้ำแข็งประคบจะทำให้ดีขึ้น

5 พบจักษุแพทย์
จักษุแพทย์จะแนะนำผลิตพันธ์ที่ไม่ทำให้คุณแพ้




ควรเปลี่ยนตลับเก็บคอนแทคเลนส์บ่อยแค่ไหน?

ถาม : ควรเปลี่ยนตลับเก็บคอนแทคเลนส์บ่อยแค่ไหน?

ผมใช้คอนแทคเลนส์ทุกวัน ควรเปลี่ยนตลับเก็บเลนส์ทุกกี่เดือน?

ตอบ : ตลับเก็บเลนส์เป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียได้อย่างดี ถ้าไม่ได้ดูแลอย่างถูกต้อง ตลับเลนส์ควรเก็บทำความสะอาดและเปลี่ยนทุก 3 ถึง 6 เดือน (ตลับเลนส์ราคาถูกหรือตลับเลนส์ที่แถมมานั้น มีความปลอดภัยเพียงพอ)

ตลับคอนแทคเลนส์ควรล้างออกด้วยสารละลายคอนแทคเลนส์ (ไม่ใช้น้ำประปา) หลังการใช้ และตากแห้งอย่างสม่ำเสมอ ถ้าตลับคอนแทคเลนส์แตกหรือเสียหาย ควรทิ้งและหาอันใหม่มาใช้แทน




10 วิธีลดโอกาศติดเชื้อตาสำหรับผู้ใช้คอนแทคเลนส์

หากคุณเป็นผู้ใช้คอนแทคเลนส์แล้วล่ะก็ คุณจำเป็นต้องเข้าใจความสำคัญของการดูแลเลนส์อย่างเหมาะสม ซึ่งจะทำให้คุณสามารถป้องกันการติดเชื้อที่ตาที่อาจทำให้ตาบอดได้ ด้านล่างคือ 10 วิธีสำหรับผู้ใช้คอนแทคเลนส์เพื่อลดโอกาสของการติดเชื้อตา


1 ถอดคอนแทคเลนส์ก่อน
คอนแทคเลนส์ควรออกก่อนอาบ น้ำหรืออาบน้ำ

2 ล้างมือก่อนจับเลนส์
มือควรล้างให้สะอาดด้วยสบู่ และเช็ดให้แห้งดีก่อนสัมผัสคอนแทคเลนส์

3 ความสะอาดคอนแทคเลนส์
คอนแทคเลนส์ควรทำความสะอาดอย่างถูกต้อง ตามที่ผู้ผลิตหรือจักษุแพทย์ให้คำแนะนำ

4 ฆ่าเชื้อคอนแทคเลนส์
ยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม ควรใช้เพื่อฆ่าเชื้อเลนส์; น้ำเกลือธรรมดาหรือ น้ำตาเทียมไม่ได้มีไว้ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

5 ใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่เสมอ
ทุกครั้งที่คุณแช่คอนแทคเลนส์ในตลับ มั่นใจว่าน้ำยาแช่คอนแทคเลนส์หรือยาฆ่าเชื้อนั้นๆไม่หมดอายุ

6 ทิ้งน้ำยาที่ใช้แล้ว
ทิ้งน้ำยาที่ใช้แล้ว ไม่ควรนำมาใช้ใหม่ หรือเติมของใหม่ลงไปโดยไม่ทิ้งของเก่า

7 เก็บเลนส์ในตลับคอนแทคเลนส์
คอนแทคเลนส์ควรได้เก็บไว้ ในที่สะอาดและฆ่าเชื้อ

8 เปลี่ยนตลับเลนส์ทุก 3 เดือน
ควรเปลี่ยนทุกสามเดือน เพราะที่ตลับเก็บเลนส์ อาจเป็นที่สะสมของเชื้อโรคได้

9 คอนแทคเลนส์ควรเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ
คอนแทคเลนส์ควรจะเปลี่ยน เมื่อหมดอายุแล้ว

10 มีการสอบสายตาปกติ
ตรวจวัดสายตา และตรวจสอบสัญญาณเริ่มต้นของการติดเชื้อหรือโรค




ข้อควรระวังในการใช้คอนแทคเลนส์

ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกาย ซึ่งการที่เราจะใช้คอนแทคเลนส์นั้นแน่นอนว่าต้องระวังเป็นอย่างมาก ซึ่งเราได้รวบรวมข้อควรระวังเอาไว้ในนี้ด้วย ^^


• ห้ามใส่นอน และไม่ควรใส่เกินวันละ 12 ชม
• ห้ามใส่ลงน้ำ หากจำเป็นควรใช้แบบรายวัน
• ห้ามแลกกันใส่กับผู้อื่นโดยเด็ดขาด
• ห้ามใช้น้ำก๊อกล้างเลนส์ ควรใช้น้ำเกลือ หรือน้ำยาล้างเลนส์โดนเฉพาะเท่านั้น
• ควรใส่คอนแทคเลนส์ก่อนแต่งหน้า และถอดออกก่อนล้างเครื่องสำอางค์
• ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนใส่ และก่อนถอดเลนส์
• เมื่อเลนส์มีรอยฉีกขาด หรือเกินกำหนดการใช้งาน ควรทิ้งเลนส์นั้นทันที
• หากใส่แล้วมีอาการเคืองตา ตาแดง น้ำตาไหล ควรรีบถอดออกทันที




วิธีเปิดขวด และข้อแนะนำสำหรับเลนส์ใหม่

open lens


*ตรวจสอบดูเลนส์ในขวดว่าฉีกขาด แหว่ง หรือเป็นรุ่นที่ต้องการหรือไม่ ก่อนทุกครั้ง

1. มองหาลูกศรตรงขอบโลหะ
2. ใช้นิ้วโป้งดันขึ้นตรงลูกศรเพื่อเปิดฝาพลาสติกด้านบนออก (สำหรับยี่ห้อ NEO Vision ให้ดันด้านตรงข้ามกับลูกศร)
3. ดึงฝาพลาสติกออกมาพร้อมกับโลหะ
4. เปิดจุกยางออก


สำหรับเลนส์ที่เพิ่งแกะออกจากขวดครั้งแรก ควรล้างด้วยน้ำยาแช่/ล้างให้สะอาด และแช่ทิ้งไว้ประมาณ 6-8 ชั่วโมงก่อนใส่ เพื่อล้างน้ำยาที่แช่มาในขวดในหมดไป หากใส่เลยจะทำให้เกิดอาการตาแห้ง และแสบตามาก


BC คืออะไร

B.C. ย่อมาจาก Base Curve หมายถึงรัศมีความโค้งด้านหลังของเลนส์ชิ้นนั้น ซึ่งเป็นด้านจะต้องสัมผัสกับดวงตาของเรา เลนส์ที่มี B.C. 8.8 มิลลิเมตร หมายถึงเลนส์ชิ้นนั้นแบนกว่าเลนส์ที่มี B.C. 8.4 มิลลิเมตร ซึ่งจะทำให้ เลนส์ 8.4 ติดแน่น บีบรัดดวงตามากกว่า ส่วนเลนส์ 8.8 จะรู้สึกหลวมเลื่อนได้มากกว่า

แต่การเปลี่ยนค่า Base Curve ขอให้เป็นหน้าที่ของจักษุแพทย์นะครับ เพราะการใส่เลนส์คับหรือหลวมเกินไปอาจเป็นอันตรายได้ ควรซื้อ เลนส์ Base Curve เดิมเสมอ ห้ามเปลี่ยนเองนะคะ





Credit : นพ.คำนูณ อธิภาส จักษุแพทย์
Thank you : http://www.thaiclinic.com/contactlens.html

วิธีบริหารกล้ามเนื้อตา

นอก จากข้อแนะนำที่ฝากให้ปฏิบัติไว้ก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นการกระพริบตาถี่ ๆ หลับตา หรือละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์เป็นระยะ วันนี้ ‘ยืดเส้นยืดสาย’ เพิ่มเทคนิค การบริหารกล้ามเนื้อดวงตา ลดความเมื้อยล้า แถมยังสามารถผ่อนคลายความตึง เครียดได้อย่างน่าพอใจ


เพียงตั้งศีรษะตรงโดยไม่ต้องหันตามทิศทางที่ลูกตากลอกมองไป จากนั้นให้กลอกลูกตาไปทางซ้ายให้มากที่สุด สลับกับการกลอกลูกตาไปทางขวาให้มากที่สุด 10 รอบ

ต่อไปให้เหลือบลูกตามองขึ้นไปบนเพดาน สลับกับเหลือบมองพื้นให้มากที่สุด ทำซ้ำ 10 รอบ แล้วจึงเหลือบตามองที่ตำแหน่งปลายคิ้วด้านซ้าย ก่อนลากสายตาให้เหลือบมองแก้มด้านขวา ทำให้ได้ 10 รอบ แล้วเปลี่ยนไปเหลือบมองที่ตำแหน่งปลายคิ้วขวา แล้วเหลือบมองแก้มด้านซ้าย 10 รอบเช่นกัน

ถัดมาให้หมุนลูกตาในลักษณะเป็นวงกลม วนทั้งทางขวาและซ้าย ด้านละ 10 รอบ ส่วนการผ่อนคลายกล้ามเนื้อรอบดวงตาทำได้ง่ายๆ ด้วยการหลับตา จากนั้นวางนิ้วชี้ลงบริเวณเหนือคิ้วแต่ละข้าง แล้วกดนวดทั้งบริเวณคิ้วและรอบดวงตา เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าว บางรายวิธีการนวดรอบดวงตาสามารถช่วยลดความรู้สึกปวดเบ้าตาและศีรษะได้



Credit: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วิธีถนอมดวงตาแบบ basic

ไม่ว่าคุณผู้อ่านจะมี ปัญหาสายตาหรือไม่ รศ.นพ.อนันต์ วงศ์ทองศรี จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการรักษาสายตาผิดปกติ ด้วยวิธีเลสิก ก็ยังแนะนำให้ทุกท่านดูแลดวงตาของตนเองด้วยวิธีง่าย ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อไม่ให้สายตาเกิดปัญหาจากการใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าว หรือที่เรียกว่าคอมพิวเตอร์ วิชั่น ซินโดรม

เริ่มจากการใช้สายตา มองจอคอมพิวเตอร์ ควรพักสายตาทุก ๆ ½ หรือ 1 ชั่วโมง นาน 5 – 10 นาที โดยหันหน้าออกจากจอคอมพิวเตอร์เพื่อมองสิ่ง อื่น ๆ เช่น ต้นไม้สีเขียว ให้รู้สึกสบายตา ลดความเมื่อยล้าของดวงตา และเพื่อป้องกันอาการตาแห้งที่มักทำให้รู้สึกแสบ ตาร่วมกับอาการน้ำตาไหลให้กระพริบตาถี่ ๆ ระหว่างมองจอคอมพิวเตอร์จะ ช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้

ส่วนเรื่องของอาหารการกินที่เป็นประโยชน์กับดวงตา ให้รับประทานอาหารที่มีวิตามิน แคโรทีน วิตามินบี และเอบี ผักใบเขียวทุกชนิดไม่ใช่แค่ผักบุ้งตามความเชื่อเท่านั้น และที่สำคัญไม่ แพ้อาหารคือการพักผ่อนด้วยการนอนหลับอย่าง เพียงพอ ป้องกันดวงตาขุนหมองอิดโรยและเหนื่อยล้า

สุดท้ายสำคัญ เพราะสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไปหลังจากโลกร้อนขึ้นพาให้แสงแดด ยิ่งร้อนแรงสว่างจ้าจนสายตาสู้ไม่ไหว ดังนั้นจึงควรสวมแว่นกันแดด เพื่อลดทอนแสงยูวีถือเป็นการถนอมจอประสาทตา ทั้ง ยังช่วยป้องกันฝุ่นละอองที่พัดมากับลมได้

เพียงแค่ดูแลดวงตาตามข้อควรปฏิบัติขั้นพื้นฐาน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสายตา ส่วนผู้ที่มีปัญหาสายตาอยู่แล้ว ก็จะช่วยหยุดยั้งไม่ให้ปัญหารุนแรงขึ้นได้.




Credit: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ข้อแนะนำเกี่ยวกับการใช้คอนแทคเลนส์

จากที่เคยอ่านตามกระทู้ที่ถามเกี่ยวกับเรื่องคอนแทคเลนส์ ส่วนใหญ่หลายๆ คนจะวัดสายตาและซื้อคอนแทคเลนส์จากร้านแว่นตาทั่วไป ซึ่งเวลาที่ใช้เลนส์แล้วมีปัญหา ก็ไม่รู้จะถามใคร เราเลยอยากรวบรวมความรู้เกี่ยวกับคอนแทคเลนส์มาให้อ่านกัน

ข้อมูลที่เหล่านี้เอามาจากตำราเรียนของจักษุแพทย์ ข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ และคำถามที่เรามักจะถามแพทย์เวลาที่ไปตรวจตา


ข้อแนะนำเกี่ยวกับการใช้คอนแทคเลนส์

• ก่อนใส่หรือถอดคอนแทคเลนส์ ให้ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่อ่อนๆ ทุกครั้ง

• เวลาใส่หรือถอดเลนส์ ให้ระวังเล็บขูดขีดกระจกตา ถ้าไว้เล็บสั้นได้ก็จะดีค่ะ

• ห้ามล้างเลนส์ด้วยน้ำประปาเด็ดขาด ให้ใช้น้ำยา หรือน้ำเกลือที่ปลอดเชื้อเท่านั้น

• คุณหมอที่แนะนำว่า ควรจะเลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดคอนแทคเลนส์แบบแยกขั้นตอน (cleaner-น้ำเกลือ-น้ำยาแช่เลนส์-น้ำยาหยอดตา) จะดีกับสุขภาพตามากกว่าการใช้น้ำยาพวก all-in-one

• เวลาล้างเลนส์ ให้ใช้นิ้วถูเลนส์ทั้งสองด้านให้สะอาด ถึงแม้จะใช้น้ำยาประเภทที่เขียนว่า no rub (ไม่ต้องถูเลนส์) ก็ควรจะถูเลนส์อยู่ดีเพื่อให้เลนส์สะอาดจริงๆ

• ล้างตลับเลนส์ให้สะอาด แล้วตากตลับโดยคว่ำไว้บนตะแกรงโปร่งๆ ให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ตลับเลนส์จะได้ไม่ติดเชื้อรา (คุณหมอของเราแนะนำว่าใช้น้ำยาล้างจานล้างตลับเลนส์ด้วยก็ได้ จะทำให้ตลับสะอาด โดยไม่ทิ้งสารตกค้างที่เป็นอันตราย แต่เวลาล้างออกต้องระวังให้ตลับสะอาด หมดคราบน้ำยาล้างจานแล้วจริงๆ นะคะ เราเองใช้น้ำประปาต้มสุกที่ทิ้งไว้จนเย็นแล้วมาล้างเลนส์ โดยใช้น้ำยาล้างจานก็ล้างได้สะอาดดีมากค่ะ)

• ไม่ควรเอาตลับเลนส์ไป ล้างด้วยน้ำประปาที่ยังไม่ได้ต้มจนเดือด เพราะว่าในน้ำประปาที่ยังไม่ได้ต้มอาจจะมีเชื้อแบคทีเรีย เชื้ออะมีบา คลอรีน และอาจมีแร่ธาตุหรือโลหะที่อาจเป็นอันตรายต่อตา จึงควรจะล้างตลับเลนส์ด้วยน้ำเกลือ หรือน้ำยาแช่เลนส์ หรือน้ำประปาที่ต้มจนเดือดแล้ว (ถ้าเป็นน้ำที่เพิ่งเดือดใหม่ๆ ได้ก็จะยิ่งดี จะได้ปลอดเชื้อจริงๆ)

• หรือถ้าไม่สะดวกที่จะล้างตลับเลนส์ด้วยน้ำต้มสุก ก็ควรจะเอาตลับเลนส์ไปต้มฆ่าเชื้อโรคอย่างน้อยอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง

• เมื่อเปิดฝาน้ำยาคอนแทคเลนส์ และน้ำตาเทียม (ที่ใช้หยอดตา) ควรใช้ให้หมดภายใน 3 เดือน และถ้าเกิน 3 เดือนแล้วให้ทิ้งน้ำยาขวดนั้นไปเลย อย่าเสียดาย เพราะน้ำยาที่เปิดฝาใช้แล้วจะมีโอกาสติดเชื้อต่างๆ ได้ ซึ่งก็จะทำให้ตาเราติดเชื้อไปด้วย


• ถ้าใช้น้ำเกลือขวดใหญ่ๆ แบบที่ขายกันทั่วไป ควรจะใช้ให้หมดภายใน 1 เดือน ถ้าเกินจากนี้ก็ควรจะทิ้งน้ำเกลือขวดนั้นไป เนื่องจากน้ำเกลือที่เปิดแล้ว จะไม่ได้อยู่ในสภาพปลอดเชื้ออีกต่อไปเช่น เดียวกับกรณีของน้ำยาคอนแทคเลนส์ อย่าเสียดายตังค์เพราะถ้าตาติดเชื้อแล้วมันไม่คุ้มกันเลยจริงๆ

• ห้ามใส่เลนส์เวลานอน ไม่ว่าจะง่วงขนาดไหน ก็ควรจะถอดเลนส์ก่อนแล้วค่อยหลับ เพื่อนเราใส่เลนส์นอน ตื่นขึ้นมาตาบวมอักเสบไปเลย ยิ่งถ้าใส่เลนส์นอนบ่อยๆ ก็จะยิ่งทำให้ตามีโอกาสอักเสบได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ

• พยายามรักษาความสะอาด ใส่ใจเวลาทำความสะอาดเลนส์แต่ละขั้นตอน เพราะว่าคนที่ไม่ทำความสะอาดเลนส์ให้ดีๆ อาจจะมีปัญหาเรื่องตาติดเชื้อ ซึ่งเป็นอันตรายต่อดวงตาได้ค่ะ

• ถ้าซื้อคอนแทคเลนส์จากร้านแว่นตาทั่วไป อย่าลืมไปหาหมอเช็คสุขภาพตาอย่างน้อยปีละครั้งด้วยนะคะ





Thank you: http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=aoyama&group=1
Credit : Aoyama

น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ขวดใหญ่หรือขวดเล็กดี

น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ใส่คอนแทคเลนส์ซึ่งจะไม่มีไม่ได้ แต่จะซื้อขวดใหญ่หรือขวดเล็ก เพราะเมื่อเทียบปริมาณกับราคาแล้ว ขวดใหญ่จะถูกกว่าในปริมาณที่เท่ากัน เราลองมาวิเคราะห์กันดีกว่าว่าคุณควรซื้อน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ขวดใหญ่หรือขวดเล็กดี

เกล็ดความรู้เกี่ยวกับน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์

น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์โดยใหญ่แล้วจะอยู่ได้ 3 เดือนหลังจากเปิดใช้งานครั้งแรก เพราะ
น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ยังคงมีประสิทธิภาพที่ดีอยู่ในช่วง 3 เดือนแรก จากนั้นจะเสื่อมคุณภาพจนเกินมาตรฐานจึงไม่แนะนำให้ใช้ เพราะอาจเคืองตา หรือติดเชื้อได้

รู้อย่างนี้แล้วถ้าใช้คนเดียวก็ซื้อขวดเล็กดีกว่า
แต่ถ้าคุณมีคนช่วยใช้หลายคนหารๆกันก็เลือกขวดใหญก็คุ้มดี


ปล.ซื้อที่ Watson หรือ Boot จะถูกหน่อย เทียบราคาอีกทีนะ ^^
ปล2. คนส่วนใหญ่แนะนำ alcon บางคนบอก complete ส่วน renu เค้าบอกตาแห้ง





การเตรียมความพร้อมและการใส่คอนแทคเลนส์อย่างถูกวิธี

การเตรียมความพร้อมในการใส่คอนแทคเลนส์

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากๆในการใส่เลนส์คือความสะอาด เพราะดวงตาเราเป็นจะที่บอบบางและสำคัญมากๆ ไปดูกันซิว่ามีเทคนิคอะไรบ้าง

• ควรล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ชนิดอ่อน และเช็ดมือให้แห้งก่อนสัมผัสเลนส์
• ควรใส่เลนส์ก่อนแต่งหน้า เพราะเครื่องสำอางหรือออยต่างๆอาจติดเลนส์ และทำให้เกิดการระคายเคือง
• เวลาพ่นสเปรย์ใส่ผม หรือสเปรย์ใดๆ ต้องระวังเป็นพิธีไม่ให้เข้า เช่นเอาหน้ากากมากัน
• ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในการใส่เลนส์เมื่อจำเป็นต้องเล่นกีฬา
• ทุกครั้งที่ ใส่เลนส์ ถอดเลนส์ ล้าง หรือฆ่าเชื้อ ควรทำอย่างถูกวิธี เพื่อดวงตาของเรา
• ไม่ควรใส่เลนส์เกินช่วงเวลาที่กำหนด
• หากแพคเกจเลนส์ที่คุณจะซื้อมีการชำรุด ไม่ควรซื้อ ต้องดูที่สมบูนณ์ เพราะอาจติดเชื้อได้
• ตัวเลนส์หากมีรอยฉีดขาดแม้เล็กน้อยก็ตาม ต้องทิ้งอย่างไม่เสียดายเพราะอาจมีปัญหาหนักตามมา

การตรวจสอบว่าเลนส์ถูกด้านหรือไม่

ภาพคอนแทคเลนส์ถูกด้าน และกลับด้าน


การใส่คอนแทคเลนส์อย่างถูกวิธี

ใส่ Contact Lens 1ใส่ Contact Lens 2




• เช็คเลนส์ต้องไม่กลับด้าน
• ใช้นิ้วชี้ถือเลนส์ นิ้วกลางข้างเดียวกันดันหนังตาล่างลง
• นิ้วกลางอีกข้างดันหนังตาบนขึ้น
• จากนั้นใส่เลนส์เบาๆ
• ค่อยๆหลับตาเพื่อให้เลนส์เข้าที่
• ทำข้างซ้ายแบบเดียวกัน

*หากเลนส์ไม่เข้าที่ให้หลับตาและเอานิ้วคลึงเบาให้เข้าที่ หรืออาจจำเป็นต้องถอดและใส่ใหม่
**หากมองไม่ชัดหรือเบลออาจเป็นเพราะ
- เลนส์อาจเปรอะคราบเครื่องสำอาง
- เลนส์อาจไม่ตรงกับความสั้น-ยาวของสายตาคุณ
- เลนส์อาจกลับด้าน

การถอดคอนแทคเลนส์อย่างถูกวิธี

ถอด Contact Lens 1ถอด Contact Lens 2




• มือต้องสะอาด
• ใช้นิ้วกลางดันหนังตาล่างลง
• เลื่อนเลนส์ลงมาที่ตาขาวด้านล่าง
• ใชช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ หยิบเลนส์ออก
• ทำความสะอาดเลนส์








Thank you : www.geo21eye.com
แปลและเรียบเรียงโดย Zhong Hwern

การเลือกซื้อน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์

น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์สำคัญมากเพราะจะช่วยฆ่าเชื้อโรค และล้างคราบโปรตีนที่เกาะอยู่กับคอนแทคเลนส์ ซึ่งเชื้อโรคและโปรตีนเหล่านี้ อาจเป็นสาเหตุให้ดวงตามีปัญหาอาจร้ายแรงถึงขั้นตาบอดเลยทีเดียว

แบบล้าง แช่ และกำจัดคราบโปรตีนในขวดเดียว (3 in 1)

น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์แบบนี้ไม่ค่อยมีปัญหา เวลาเข้าตา สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ดีพอสมควร

ปัญหา
1.เกิดจากการที่น้ำยาประเภทนี้ล้างทำคราบโปรตีนติดแน่นได้ไม่ ค่อยดีนัก ปัจจุบันมักมีการโฆษณาว่าน้ำยาประเภทนี้ไม่ต้องถูเลนส์ก็ล้างได้ดี ในความเป็นจริงแล้วการถูเลนส์ยังเป็นสิ่งจำเป็นอยู่ เพื่อให้น้ำยาประเภทนี้ใช้งานได้ดี
2.น้ำยานี้โดยมากจะเหลือคราบสกปรกไว้ ซึ่งนั่นอาจจะทำให้ผู้ใช้เกิดการแพ้สารกันเชื้อโรคในน้ำยานั้น น้ำยาประเภทนี้ใช้ได้ดีที่สุดกับคอนแทคประเภทใส่แล้วทิ้ง


แบบล้าง แช่ และกำจัดคราบโปรตีนแยกขวดกัน


พวกนี้ส่วนมากจะล้างได้ดีกว่า สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ดีถึงดีมาก มักมียาเม็ดที่ให้แช่ไว้สำหรับล้างคราบโปรตีนทุกๆ เดือน ปกติแล้วน้ำยาชนิดนี้ใช้ได้ดีกับเลนส์ที่ใส่ประจำ เพราะล้างคราบโปรตีนได้ดี

ข้อเสีย
อาจมีอาการแพ้จากสารประกอบในน้ำยาได้ไม่ค่อยสะดวก แล้วถ้าล้างน้ำยาล้างออกไม่หมดก็จะทำให้ตาเจ็บ ตาแดง และอาจต้องไปพบแพทย์อีกด้วย


แบบ Hydrogen Peroxide

กลุ่มน้ํายาล้างคอนแทคเลนส์แบบนี้มักแยกเป็น 2 ขวด ขวดแรกเป็นล้างเลนส์ก่อนฆ่าเชื้อ ขวดที่สองใช้ใส่ในขวดพิเศษพร้อมกับเลนส์ ส่วนมากอันนี้ต้องแช่ไว้ค้างคืน น้ำยาประเภทนี้ฆ่าเชื้อได้ดีมาก ใช้ได้กับคอนแทคเลนส์เกือบทุกชนิด

ปัญหา
ไม่ค่อยสะดวกเพราะใช้เวลานานในขั้นตอนต่างๆ และเมื่อแช่เลนส์แล้วเอามาใช้ทันทีไม่ได้ จำเป็นต้องแช่ให้ครบกำหนดเวลา ถ้านำเลนส์ออกมาใส่ก่อนครบกำหนดเวลาก็อาจทำให้ตาเจ็บ ตาแดง ต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีนะจ๊ะ

ปล.ซื้อที่ Watson หรือ Boot จะถูกหน่อย เทียบราคาอีกทีนะ ^^
ปล2. คนส่วนใหญ่แนะนำ alcon บางคนบอก complete ส่วน renu เค้าบอกตาแห้ง


ปล.ควรให้ความสำคัญกับการเลือกน้ำยาล้างคอนเทคเลนส์ ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานคอนเทคเลนส์ของเราด้วย เพื่อที่ดวงตาของเราจะได้สวยใสและปลอดภัยยังไงล่ะคะ



เลือกคอนแทคเลนส์ให้เหมาะกับบุคคลิก

โดยปกติแล้วเราจะเลือกสีจากที่เราชอบ แต่บางครั้งสิ่งที่ชอบก็ไม่ใช่สิ่งที่ใช่เสมอไป เมื่อคุณต้องการเลือกคอนแทคเลนส์ที่เรากับบุคคลิกของคุณ เพื่อจะได้ดูเสริมกัน จะได้ตาที่สวย และไม่ขัดกับใบหน้าหรือผิวกาย

โดยทั่วไปแล้วหากคุณต้องการให้ดูเป็นธรรมชาติ หรือจริงๆแล้วคุณเป็นคนขี้อาย
แนะนำให้เลือกคอนแทคเลนส์ในสีเทา หรือสีน้ำตาลอ่อน [ Hazel ] แล้วคุณจะดูสวยเป็นธรรมชาติ

ถ้าคุณต้องการเพิ่มความโดดเด่นให้ดวงตาเปล่งประกาย
แนะนำให้เลือกคอนแทคเลนส์สีฟ้า สีม่วง สีแดง หรือสีเขียวเก๋ๆ ก็เปรียวขึ้นแบบเก๋ตามสไตล์



จากการเลือกในแบบขั้นต้น
เราต้องแต่งหน้าให้ตาเราเด่นขึ้นมา โดยสีที่รอบดวงตาออน่กว่าที่ตา ตาเราจะดูเด่นสวยขึ้นมาทันที


ยังมีวิธีเลือกสีคอนแทคเลนส์กับสีผิว

ผิวขาว เหมาะกับสีโทนอุ่น เช่น น้ำตาล อ่อน สีฟ้า เขียว

ผิวสีแทน เหมาะกับสีโทนสว่าง เช่น เทา เขียว น้ำตาลอ่อน

ข้อแนะนำสำหรับมือใหม่ ที่จะทำให่คุณสวยไม่ซ่าง และรักษาดวงตาเราไว้ให้สวยนาน

- ควรลองใส่คอนแทคเลนส์ Big eye ชนิดนั้นๆ ดูก่อนว่ามีอาการระคายเคืองหรือเปล่า
- ควรถอดคอนแทคเลนส์ออกมาล้างทุกครั้ง
- ห้ามใส่คอนแทคเลนส์เวลานอนเด็ดขาด (ขอเตือนว่าอันตรายมาก)
- ห้ามแช่คอนแทคเลนส์โดยไม่ได้ล้างก่อน
- ห้ามใส่คอนแทคเลนส์เกินอายุการใช้งานที่ระบุไว้ (บวกลบได้ตามสภาพซึ่งไม่แนะนำให้ใช้เกินอายุ)
- เมื่อใส่คอนแทคเลนส์แล้วเกิดอาการระคายเคือง มีเส้นแดงๆ ปวดตา ฯลฯ ควรรีบพบแพทย์โดยทันที

ดวงตามีคู่เดียวนะจ๊ะ อย่าเสียดายเมื่อต้องทิ้ง เพราะความสะอาดจะช่วยให้ตาคุณสวยอย่างมีเสน่ห์ ซึ่งแน่นอนดีกว่าเสียดายของแล้วมาเสียใจทีหลังเพราะสิ่งเล็กๆน้อยๆที่เราเสียดาย



ความเหมาะสมในการใช้คอนแทคเลนส์

ผู้ที่เหมาะสมหรือจำเป็นควรใส่คอนแทคเลนส์

1. เป็นโรคสายตาดังนี้

• สายตาสั้น
• สายตายาว
• สายตาเอียง

2. ผ่านการผ่าตัดต้อกระจกทั้งชนิด ข้างเดียว หรือ 2 ข้าง

3. มีอาการตาสั่น [Nystagmus] => ควรใช้ : คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม

4. ไม่มีโรคประจำตัวซึ่งเป็นอุปสรรค

5. มีกระจกตาโค้งมากกว่าปกติ [Keratoconus] ตัวอย่างเช่น 6.9, 5.4 และกระจกตาบางมาก ควรใช้ : คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง [HCL]

6." Trichiasis " คือมีลักษณะของความผิดปกติซึ่งขนตาที่งอนเข้าไปแยงกระจกตา เป็นสาเหตุทำให้น้ำตาไหล แก้ไข : ใส่คอนแทคเลนส์ขนิดนิ่ม (SCL)

7." Entropion " คือมีลักษณะขอบตาเปิดเข้าด้านในมากกว่าปกติ แก้ไข : ใส่คอนแทคเลนส์ขนิดนิ่ม (SCL)


ผู้ที่ไม่เหมาะจะใส่คอนแทคเลนส์

1. เป็นต้อลม, ต้อเนื้อ, ตาแดง, กระจกตาไม่รับรู้ความรู้สึก, ตาแห้ง, ตาบวมและผู้ที่กระพริบตาครึ่งตา

2. มีโรคประจำตัว

• โรคเบาหวาน : มีอาการบวมเป็นแผลถลอก แผลหายช้าและอักเสบง่าย ค่าสายตาไม่คงที
• โรคไขข้ออักเสบ : ทำให้ตาแห้ง การทำความสะอาดเลนส์และการใส่ต้องตรวจและติดตามผลบ่อยกว่าปกติ
• โรคความดันโลหิตสูง : มีผลทำให้น้ำในร่างกายไม่คงที่
• โรคภูมิแพ้ : มีโอกาสแพ้เนื้อวัสดุที่ผลิตคอนแทคเลนส์และแพ้น้ำยาได้ จะทำให้มีอาการตาแดง, ตาแห้งและคันตา
• ตั้งครรภ์ : ทุกอย่างในร่างกายจะปรับสภาพใหม่ มีผลทำให้กระจกตาบวม ควรแนะนำให้ใส่หลังคลอดแล้ว 3-4 เดือน

3. มีการใช้ยาบางประเภทเป็นประจำ เช่น

• ยา ANTIHISTAMINE : รักษาโรคภูมิแพ้
• ยา ANTIDIABETIC : รักษาโรคเบาหวาน
• ทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานานหลายปี มีผลทำให้น้ำที่กระจกตามีมากขึ้น 78% จะมีอาการกระจกตาบวม

4. ทำงานหรือใช้ชีวิตอยู่กับเหล่านี้เป็นประจำ เช่น

• พื้นที่ ที่มีฝุ่นละอองมาก
• พื้นที่ ที่มีลมแรงพัดผ่านเป็นประจำ
• พื้นที่ ที่มีควันบุหรี่หรือควันพิษ รวมถึงเขม่าต่างๆ
• พื้นที่ ที่มีไอระเหยของสารเคมีต่างๆ ที่เป็นอันตราย

5. ผู้ที่อายุไม่เหมาะสม เช่น เด็กเกินไปหรือมีอายุมากเกินไป ไม่สามารถรับผิดชอบตัวเองได้



 
/* */